เคล็ดลับทั่วไป Posts

โรคตาขี้เกียจ

วันนี้เรานั้นจะมาแนะนำ “เคล็ดลับทั่วไป” ที่เกี่ยวกับ ดวงตา หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตานั้นเองเพราะดวงตาของเรานั้นต้องการความดูแลอย่างเป็นพิเศษอย่างมากเพราะ ดวงตาแต่ละบุคคลนั้นไม่เหมือนกันมันขึ้นอยู่กับองค์ประกอบที่หลากหลายสาเหตุ แต่ในวันนี้นั้นเราจะมาแนะนำเรื่อง โรคตาขี้เกียจ

โรคตาขี้เกียจ นั้นมีผู้คนส่วนมากที่ยังไม่ค่อยรู้ว่า โรคตาขี้เกียจ นั้นมีลักษณะอย่างไร อาการเป็นเช่นไรและในวันนี้เรานั้นจะมาเพิ่มความเข้าใจเพื่อให้คุณนั้นเข้าใจมากยิ่งขึ้น

โรคตาขี้เกียจ หมายถึง ภาวะที่ตาข้างนั้นๆมีสายตาไม่ดี เพราะเนื่องจากการพัฒนาด้านสายตาของข้างนั้น ในวัยแรกเกิดถึงอายุประมาณ 4-5 ปี ถูกขัดขวางหรือหยุดไปนั้นเอง เพราะเนื่องจากสาเหตุทางตาและ“โรคเกี่ยวกับดวงตา”ต่างๆนั้นอีกด้วย และภาวะตาขี้เกียจนั้นสามารถแก้ไขให้สายตากลับคืนมาได้ แต่ถ้าแก้ไขสาเหตุนั้นๆ และรักษาภาวะตาขี้เกียจทันที ดังนั้นพ่อ แม่นั้นก็ควรคำนึงถึงสภาวะนี้ เพื่อเป็นการจะป้องกันและแก้ไขภาวะนี้เพื่อให้ลูกๆมองเห็นได้ดีเท่ากันทั้ง 2 ตาในภายหลัง ภาวะตาขี้เกียจมักจะเป็นข้างเดียว แต่อาจเกิด 2 ข้างได้เหมือนกัน ภาวะนี้พบค่อนข้างบ่อย ประมาณ 4 ใน 100 คน

และข้อแนะนำว่าเด็กๆ ทุกคนควรจะได้รับการตรวจสายตาหรือ“ดวงตา”โดยกุมารแพทย์หรือจักษุแพทย์ก่อนอายุ 3 ปี การพัฒนาของสายตา ปกติทารกแรกคลอดจะสามารถเห็นได้ลางๆ และจะมีการพัฒนาของสายตาโดยอาศัยแสงเข้าไปกระตุ้นจอประสาทตาให้เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆตามอายุ จนสามารถเห็นได้ชัดเท่ากับผู้ใหญ่เมื่ออายุประมาณ 2 ปี ดังนั้นถ้ามีอะไรไปขัดขวางการพัฒนาของสายตา เช่น เด็กเป็นต้อกระจกตั้งแต่กำเนิด แสงก็ตกไปกระตุ้นจอประสาทตาไม่ได้ ทำให้ตาข้างนั้นหยุดการพัฒนาอยู่ตรงจุดๆนั้น ทำให้สายตาของตาข้างนั้นไม่ดีเท่าอีกข้าง ก็เกิดสภาวะตาขี้เกียจขึ้น นั้นเอง

ตาขี้เกียจ ส่วนใหญ่ที่พบเกิดมากจาก“สาเหตุ”ใหญ่ 3 สาเหตุ นั้นคือ
1.ผู้ที่มีอาการตาเหล่
2.ผู้ที่มีปัญหาทางสายตา
3.โรคอื่นๆที่เป็นแต่กำเนิดนั้นอาจเป็นได้อีกด้วย

 

ขอบคุณบทความ  จาก.denaeyewear.com

 


 

 

อาการน้ำวุ้นตาเสื่อม

และในวันนี้นั้นจะมาแนะนำ“เคล็ดลับทั่วไป”เรื่องที่เรานั้นควรรู้ที่เกี่ยวกับดวงตาที่เรานั้นสามารถ จะนำไปประยุกต์ใช้ได้นั้นเอง…

อาการน้ำวุ้นตาเสื่อมนั้นเป็นอาการที่จะเกิดมากสำหรับผู้ที่ใช้สายตามากๆ อย่างเช่น พวกที่ทำงานอยู่หน้าคอมนานๆ นั้นเอง น้ำวุ้นตา นั้นเป็นสารใสคล้ายเจล ที่บรรจุอยู่ภายในลูกตาส่วนหลังนั้นเอง ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้แสงผ่านเข้าไปในบริเวณด้านในของดวงตานั้นเอง ให้สารอาหารแก่จอประสาทตาและเซลผนังลูกตาชั้นในนั้นเอง และยังเป็นตัวพยุง ดวงตาให้คงรูปและยังเป็นทรงกลมอยู่ได้ถ้ามีภาวะใดก็ตามที่ทำให้บางส่วนของน้ำวุ้นตาขุ่นเข้าไป เรานั้นจะรู้สึกเห็นเหมือนมีเงาลอยไปมา นั้นอาจมีรูปร่างที่แตกต่างกันได้หลายแบบ อย่างเช่น และยังเป็นจุดเล็กๆคล้ายลูกน้ำ และยังเป็นวงกลม หรือเป็นเส้น นั้นจะรู้สึกและสังเกตได้ง่ายขึ้น และเวลามองไปยังพื้นผิวที่เรียบและเป็นสีอ่อน อย่างเช่น ผนังของห้อง กระดาษสีขาว หรือท้องฟ้า นั้นจะเป็นลักษณะอาการแบบนี้เราเรียกว่า floater นั้นเอง

การเกิดน้ำวุ้นตาเสื่อม
และโดยทั่วไปเมื่อคนเรานั้นอายุมากขึ้นและเข้าสู่วัยกลางคน น้ำวุ้นตานั้นจะมีการหดตัว และหนาตัวเป็นจุดหรือเป็นเส้นภายในลูกตาอีกด้วย และการหดตัวของน้ำวุ้นตานี้ จะทำให้น้ำวุ้นตาแยกห่างออกจากจอประสาทตานั้นเอง รวมกันเป็นกลุ่มก้อนที่มีลักษณะทึบแสงอีกด้วย ทำให้เห็นเป็นเงาที่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะถ้ามันมีการหดตัวที่มีนี้มีแรงดึงเป็นอย่างมาก มันอาจเกิดการดึงรั้งจอประสาทตาจนเกิดการฉีกขาดได้อีกด้วย และอาจจะมีอาการหลุดลอกของจอประสาทตาได้อีกด้วย ทำให้การมองเห็นในตำแหน่งที่“ดวงตา”จอประสาทตานั้นสามารถหลุดลอกมืดไปนั้นเอง และถ้าเกิดทิ้งไว้นานจอประสาทตาบริเวณนั้นอาจจะตายได้เลยทีเดียว และมันยังสามารถทำให้สูญเสียการมองเห็นได้อย่างถาวรเลยทีเดียวและมันมักจะมีการลุกลามมาจนทำให้ตาข้างนั้นบอดได้อีกด้วย

 

 

ขอบคุณบทความ  จาก.denaeyewear.com

โรคตาที่เกิดจากเบาหวาน

และในวันนี้เรานั้นจะมาแนะนำความรู้ทั่วไป และ “เคล็ดลับทั่วไป” ในเรื่องของดวงตา วันทางเรานั้นได้นำข้อมูลดีดี จากเรื่องโรคต่างๆของดวงตา ที่มาจากโรคเบาหวาน หรือมีที่มามาจากโรคเบาหวานนั้นเอง และโรคเบาหวานนั้นเองที่อาจเป็นที่มามาจากโรคต่างๆ ได้อีกด้วยและโรคที่เกี่ยวภัยดวงตาที่ตามมา ได้แก่

1.อาการเบาหวานขึ้นจอรับภาพ  นั้นเกิดจากการทำลายของเส้นเลือดที่เลี้ยงจอรับภาพ “เบาหวานขึ้นจอรับภาพ”พบบ่อยที่สุด และยังเป็นสาเหตุของตาบอดอันดับหนึ่งเลยทีเดียว เส้นเลือดที่เลี้ยงจอรับภาพนั้นจะเกิดอาการบวม และสามารถรั่วได้ นั้นเอง จึงทำให้จอรับภาพบวม และเกิดเส้นเลือดงอกผิดปกติที่จอรับภาพ ทำให้มีเลือดออกในลูกตา ตามมา

2.อาการต้อกระจก  นั้นเกิดจากเลนส์แก้วตานั้นได้เปลี่ยนสภาพจากใสเป็นขุ่น โอกาสเกิดต้อกระจกของผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงกว่าตาคนที่ไม่เป็นเบาหวานถึง 2 เท่า และต้อกระจกนั้นก็ยังเป็นตั้งแต่อายุยังไม่มากด้วย เพราะต้อกระจกเองจะทำให้คนไข้ตามัวมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เป็นโรคที่รักษาได้ผลดีมากด้วยการผ่าตัดทางเดียวเท่านั้น

3.อาการต้อหิน  ส่วนมากนั้นสามารถจะเกิดจากความดันของ “ดวงตา”สูงขึ้นเรื่อยๆ แล้วมันจึงทำลายขั้วประสาทตา มันเป็นกระบวนการที่จะทำให้ตาบอดแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ  และเรานั้นจะไม่รู้สึกตัวเลยก็ว่าได้ ต้อหิน ที่เกิดในคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวาน นั้นก็พบบ่อยกว่าคนที่ไม่เป็นหวานถึง 2 เท่า และถ้ายิ่งเป็นเบาหวานนานขึ้นเท่าไร มันก็ยิ่งมีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นต้อหินสูงขึ้นอีกด้วย อย่างเช่นเดียวกับ โรคเบาหวานขึ้นจอรับภาพอีกด้วย ต้อหินนั้นยังเป็นโรคที่น่ากลัวอีกโรคหนึ่ง เพราะมันจะไม่มีอาการเตือน ต้องตรวจจึงจะทราบว่าเป็นโรคนี้แล้ว แต่สามารถรักษาได้ด้วยยาหยอด หรือแสงเลเซอร์ หรือ ผ่าตัด นั้นเอง

 

 

ขอบคุณบทความ  จาก.denaeyewear.com

 

จอประสาทตาฉีกขาดและหลุดลอก

จอประสาทตาฉีกขาดและหลุดลอก คืออาการในที่บางครั้งเวลาเรานั้นมอง และอาจจะมีความรู้สึกเหมือนมีเงาดำๆ ที่ลอยไปมาตรงบริเวนหน้า และผ่านเข้ามาในขอบเขตของการมองเห็นหรือลานสายตา สิ่งนี้เรียกว่า “floater” ซึ่งรู้สึกได้บ่อยครั้งขึ้น เวลามองที่พื้นผิวที่เรียบๆ อย่างเช่น กระดาษเปล่าสีขาว, ฝาผนังสีพื้น หรือท้องฟ้า เงาดำที่เห็นลอยไปมา แต่ขณะที่เรานั้นรู้สึกว่า เวลามองแล้วเหมือนมีอะไรลอยไปมาตรงหน้า อย่างแท้จริงแล้วนั้น คือสิ่งที่เห็นนั้น ลอยอยู่ภายในลูกตาเราเอง แล้วทำให้เกิดเงามาตกบนจอประสาทตาด้านหลังลูกตา เรานั้นจึงรู้สึกถึง floater ได้

 

Floater นั้นเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง

ในขณะที่คนเรานั้นเข้าสู่วัยกลางคน น้ำวุ้น“ดวงตา”นั้นจะเริ่มมีการหดตัว และหนาตัวเป็นจุดๆ หรือเส้นภายในลูกตา และการหดตัวของน้ำวุ้นตานั้นยังจะทำให้น้ำวุ้นตาแยกจากจอประสาทตาด้านหลัง ที่เรียกว่า Posterior vitreous detachment ทำให้มีเงาอาการเหล่านี้จะพบได้มากในคนที่มีสายตาสั้น หรือได้รับการผ่าตัดต้อกระจก ฉายแสงเลเซอร์ เป็นได้ แต่การมี floater เกิดขึ้นทันทีทันใดนั้น ถือเป็นอาการเตือนอย่างหนึ่งที่ควรไปรับการตรวจจากจักษุแพทย์อย่างเร่งด่วน

 

Floater นั้นมีความสำคัญอย่างไรบ้าง

Floater  ก็คือการหดตัวของน้ำวุ้นตา สามารถก่อให้เกิดแรงดึงที่จอประสาทตาได้ แต่ถ้าแรงดึงนี้มีมากอาจทำให้จอประสาทตาฉีกขาดได้ในบางครั้งอีกด้วย และการฉีกขาดของจอประสาทตานั้น จะทำให้มีเลือดออกในน้ำวุ้นตาได้อีกด้วย ซึ่งมันจะรู้สึก ถึงการเกิด floater อย่างทันทีทันใดนั้นเอง และการที่จอประสาทตานั้นฉีกขาด ก็ถือเป็นปัญหาสำคัญ เพราะก่อให้เกิดจอ ประสาทตาหลุดลอกตามมาอีกด้วยและนี้ถือเป็น“เคล็ดลับทั่วไป”ที่เรานั้นสามารถเรียนรู้กันไว้ทั่วๆไป…

 

ขอบคุณบทความดีดี  จาก..denaeyewear.com

 

โรคที่เกี่ยวกับ ดวงตา….

โรคจอประสาทตาเสื่อม นั้นเป็นที่เราทุกคนนั้นสามารถเป็นได้กันทุกคน และในวันนี้นั้นเราควรมารู้จักโรคนี้กันและ“เคล็ดลับทั่วไป”ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

 

โรคจอประสาทตาเสื่อม เป็นเพราะมันเป็นโรคที่มีความผิดปรกติเกิดขึ้นที่จุดกลางรับภาพของจอประสาทตา และยังเป็นส่วนที่ไวต่อการมองเห็นเป็นอย่างมากที่สุด และผู้ที่ป่วยนั้นมักจะไม่สังเกตเห็นถึงความผิดปรกติในระยะเริ่มต้น และถ้ามารู้ตัวเมื่อมีการสูญเสียการมองเห็นเกิดขึ้นแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม “โรคจอประสาทตาเสื่อม”จะทำให้สูณเสียการมองเห็นเฉพาะตรงกลางภาพเท่านั้น โดยที่ผู้ป่วยนั้นยังสามารถมองเห็น บริเวณขอบด้านข้างของภาพได้อยู่ และโรคนี้มีโอกาสสูงขึ้นมากที่จะเกิดขึ้นในกลุ่มอายุผู้ที่ตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จอประสาทตาเสื่อมนั้นยังเป็นสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งของภาวะตาบอดแบบถาวรในผู้สูงอายุอีกด้วย และบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดในโรคจอประสาทตาเสื่อมนั้นก็คือ ผู้สูงอายุ และดังนั้นผู้มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป นั้นจึงควรได้รับการตรวจจอประสาทตาทุก 1-2 ปี และนอกจากนี้นั้น การสูบบุหรี่ นั้นเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคคลอเลสเตอรอลสูง และประวัติบุคคลในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีโอกาส ที่จะเกิดโรคนี้ได้มากกว่าคนทั่วไปอีกด้วย

ชนิดของจอประสาทตาเสื่อม นั้นสามารถมี 2 รูปแบบ คือ 
(1.)แบบแห้ง การเกิดภาวะแบบนี้นั้นเป็นรูปแบบที่พบมากที่สุด และจะมีการเสื่อมสลาย และบางลงของ จุดกลางรับภาพจอประสาทตาความสามารถในการมองเห็นของ“ดวงตา”จะค่อย ๆ ลดลง และเป็นไปอย่างช้า ๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
2.แบบเปียก อาการแบบนี้นั้นมักจะพบประมาณ 10-15 % ของโรคจอประสาทตาเสื่อมทั้งหมด จะมีลักษณะการเกิดการสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมาก และเป็นสาเหตุสำคัญของการตาบอดในโรค และจอประสาทตาเสื่อม เกิดจากการที่มีเส้นเลือดผิดปรกติงอกอยู่ใต้จอประสาทตานั้นเอง มันจึงทำให้จุดกลางรับภาพบวม คนไข้ นั้นจะเริ่มมองเห็นภาพตรงกลางบิดเบี้ยว และมืดลงในที่สุด

 

ขอบคุณบทความดีดี   จาก.denaeyewear.com

 

 

โรคที่เกี่ยวกับ “ดวงตา”

โรคตาแดง

โรคตาแดง” นั้นเป็นโรคตาที่เรานั้นพบได้บ่อยและสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายยังเป็นโรคที่ติดต่อกันได้อีกด้วย การที่ทำให้เกิดโรคนี้นั้นมันเป็นอาการอักเสบของเยื่อบุตา(conjuntiva) ที่คลุมหนังตาบนและล่างรวมเยื่อบุตาที่คลุมตาขาว โรคตาแดงนั้นสามารถอาจจะเป็นแบบเฉียบพลันได้ หรืออาจจะเป็นแบบเรื้อรัง และสามารถอาจจะกลายเป็นตากุ้งยิงในที่สุด สาเหตุของโรคนี้นั้นอาจจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีบ ไวรัส Chlamydia trachomatis ภูมิแพ้ หรืออาจจะสัมผัสสารที่เป็นพิษที่เป็นอันตรายต่อตา แต่สาเหตุส่วนใหญ่ส่วนใหญ่นั้น จะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสเป็นส่วนมาก เพราะมือนั้นมักจะติดต่อที่เด่นที่สุด ต่อมาเป็นผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวโดยนั้นเอง การรักษาหรืออาหารต้องใช้เวลาหาย 2 สัปดาห์ ตาแดงจากโรคภูมิแพ้นั้นมักจะชอบเป็นตาแดงที่เป็นเรื้อรัง เพราะมันมีการอักเสบของหนังตา อาหารตาแห้ง จากการใช้contact lens หรือน้ำยาล้างตาก็เป็นสาเหตุของตาแดงเรื้อรังได้อีกด้วย และในวันนี้นั้นเราจะนำ “เคล็ดลับทั่วไป” ในการรักษา โรคตาแดงให้เพื่อนๆได้รู้

 

วิธีการป้องกันโรคตาแดง

(1.) คุณอย่าใช้เครื่องสำอาง รวมถึงผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดร่วมกับคนอื่นโดยเด็ดขาด

(2.) ควรล้างมือบ่อยๆ อย่าเอามือเข้าตา

(3.) ควรใส่แว่นตาเมื่อคุณนั้นต้องเจอสารเคมี

(4.) ไม่ควรใช้ยาหยอดตาของผู้อื่น

(5.) อย่าลงว่ายน้ำในสระที่ไม่ได้ใส่คลอรีนโดยเด็ดขาด

(6.) ยา ในเมื่อคุณนั้นไม่ได้ใช้ให้ทิ้งไปวะ

(7.) อย่าสัมผัสมือกับผู้ที่เป็นโรคตาแดง

 

วิธีการรักษาตาแดง”ด้วยตัวเอง

(1.) นำผ้าชุบน้ำอุ่นๆ ควรประคบเย็นวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ10-15 นาที

(2.) ควรจะล้างมือบ่อยๆ

(3.) ไม่ควรอย่าขยี้ตาเพราะจะทำให้ตาระคายมากขึ้น

(4.) ใส่แว่นกันแดด หากมองแสงสว่างไม่ได้

(5.) อย่าใส่ contact lens ช่วงที่มีตาแดงโดยเด็ดขาด

 

 

ขอบคุณบทความจาก..denaeyewear.com